|
โรงเรียนประถมแห่งแรกในเพชรบุรี:หนังใหญ่วัดพลับ
วัดพลับพลาชัยได้สร้างมาแต่สมัยศรีอยุธยายุคปลาย ก็คือพระประธานในอุโบสถซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นแบบสุโขทัย หน้าตักกว้าง ๑๗๐ เซ็นติเมตร ปิดทองคำเปลว ประทับบนฐานปัทมามาศสูงจากฐานเชียง ๑๕๕ เซ็นติเมตร ฐานปัทมามาศประดับด้วยกระจกสีต่างๆฐานเชียงสูงจากพื้นอุโบสถถึงองค์พระ ๒ เมตร ๕๕ เซ็นติเมตร พระพุทธรูปปั้นทรงนี้ มักนิยมสร้างกันมากในสมัยอยุธยาตอนปลาย
สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงมาเห็น และทรงให้คำรับรองว่า เป็นฝีมือปั้นของช่างในสมัยศรีอยุธยาตอนปลายแน่นอน นอกจากนี้ยังมีหลักฐานปรากฎด้วยว่าในรัชสมัยของสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ วัดพลับพลาชัยได้สร้างขึ้นมาแล้วเมื่อประมาณ พ.ศ.๒๓๔๐ ได้มีพระภิกษุเชื้อสายจีนผู้หนึ่งได้เป็นเจ้าอาวาส ท่านได้รื้อถอนอุโบสถหลังเก่าที่ชำรุดทรุดโทรมแล้วสร้างหลังใหม่ขึ้นแทนที่ โดยสร้างแบบก่ออิฐถือปูนในเขตวิสุงคามสีมาเดิม และได้อัญเชิญพระประธานองค์เดิมเข้ามาประดิษฐานในอุโบสถ หลังใหม่ตอไป ที่หน้าอุโบสถหลังใหม่ ท่านได้สร้างเก๋งจีนขึ้นหลังหนึ่ง ก่อด้วยอิฐถือปูนเพื่อใช้เป็นที่บรรเลงดนตรีในเวลามีผุ้นำนาคมาอุปสมบท และหอระฆัง(ดังในภาพ) ที่หน้าอุโบสถมีสิงห์โตหินอยู่คู่หนึ่ง(ปัจจุบันหายไปแล้ว)สิงห์โตหินคู่นี้นัยว่ามีพ่อค้าจีนนำมาถวายท่านไว้ และเป็นสิงห์โตที่แกะสลักมาจากเมืองจีน เพราะในยุคปลายกรุงศรีอยุธยาติดต่อกับสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ไทยกับจีนเริ่มมีการค้าติดต่อกันแล้ว รูปสิงห์โต รูปตุ๊กตาเมืองจีน พ่อค้ามักใช้เป็นอับเฉาถ่วงเรือสำเภาในสมัยนั้น ต่อมาเจ้าอาวาสเชื้อจีนรูปนี้ได้สร้างศาลาแรเปรียญขึ้นอีก ๑ หลัง สร้างถัดจากวิหารไปทางทิศเหนือ โดยสร้างเป็นแบบทรงไดยสมัยอยุธยา แต่มีบันไดด้านข้างทิศใต้ ก่อด้วยอิฐถือปูน ๒ บันได ขึ้นลงคนละทาง คล้ายๆ กับบ้านขุนนางจีนในกรุงปักกิ่ง เก๋งจีนหน้าอุโบสถยังคงมีอยุ่จนทุกวันนี้ เนื่องจากเจ้าอาวาสเชื้อสายจีนรูปนี้ ไม่ว่าท่านจะปลูกสร้างถาวรวัตถุชิ้นใดลวไว้ในวัดพลับพลาชัย ท่านมักจะทิ้งศิลปะแบบจีนไว้ด้วย ชาวบ้านจึงพากันเรียกชื่อท่านว่า หลวงพ่อจีน จนติดปากทั่วไป ทำให้เราไม่อาจสืบทราบนามจริง และประวัติของท่านให้แน่ชัดได้ แม้ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์นี้พม่าได้ยกกองทัพใหญ่(สงคราม ๙ ทัพ)เข้ามารุกรานประเทศไทย สมเด็จกรมพระราชวังบวรสถานมงคล(วังหน้า)ได้ยกทัพเรือมาทางอำเภอบ้านแหลม และมาขึ้นบกที่หน้าวัดพลับพลาชัย แล้วจึงเดินทัพไปทางอำเภอชะอำ สามร้อยยอด เพื่อไปตีเมืองถลางคืน แม้ในรัชสมัยของสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยุ่หัว สุนทรภู่ เจ้ากรมพระอาลักษณ์ ได้มาราชการในจังหวัดเพชรบุรีโดยทางเรือ ก็ได้บรรยายถึงวัดพลับพลาชัยไว้ในนิราศเมืองเพชรบุรีของท่าน แสดงให้เห็นโดยชัดเจนว่า วัดพลับพลาชัย ได้สร้างมานานแล้ว และได้เจริญรุ่งเรืองมาช้านานแล้วด้วย ฯลฯ ถึงคุ้งเคี้ยวเลี้ยวลดชื่อคดอ้อย ตะวันคล้อยคล้ำฟ้าในราศี ค่อยคล่องแคล่วแจวรีบถึงพริบพรี ประทับที่หน้าท่าพลับพลาชัย ด้วยวัดนี้ที่สำหรับประทับร้อน นรินทรท้าวพระยามาอาศัย ขอเดชะอานุภาพช่วยปราบภัย ให้มีชัยเหมือนนามอารามเมือง ดูเรือแพแซ่ซร้องทั้งสองฟาก บ้างขายหมากขายพลูหนวกหูเหือง นอนค้างคืนตื่นเช้าเห็นชาวเมือง ดูนองเนืองนาวาบ้างมาไปฯลฯ Discussions |
รายละเอียด
Longdo Like
Social network บริการเสริม
|
หมายเหตุ ยังไม่สามารถแก้ คำว่า วัดพระพาชัย ให้เป็นวัดพลับพลาชัย ได้ครับ
ทีมงานช่วยแนะนำด้วยครับ
ตรงไหนนะครับที่ยังเป็นวัดพระพาชัย ที่เห็นก็เป็น วัดพลับพลาชัยอยู่แล้วหรือเปล่าครับ